MIME-Version: 1.0 Content-Location: file:///C:/1C59DAB6/kd2546.htm Content-Transfer-Encoding: quoted-printable Content-Type: text/html; charset="us-ascii"
คุ้มครองเŨ=
4;็ก
พ.ศ.๒๕๔๖
ภูมū=
6;พลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ŭ=
2;ว้
ณ วันที่ ๒๔
กันยายน พ.ศ.
๒๕๔๖
เป็Ũ=
9;ปีที่
๕๘
ในรัชกาลปัŧ=
2;จุบัน
พระũ=
0;าทสมเด็จพร=
632;ปรมินทร์มห&=
#3634;ภูมิพลอดุล=
;ยเดช
มีพระบรมราŧ=
4;โองการโปรด=
648;กล้าฯ
ให้ประกาศวŭ=
6;า
โดยŨ=
7;ี่เป็นการส=
617;ควรปรับปรุ&=
#3591;กฎหมายว่าด=
;้วยการคุ้ม#=
88;รองเด็ก
=
&nb=
sp;
พ=
;ระราชบัญญั$=
05;ินี้มีบทบั=
3597;ญัติบางประ=
การเกี่ยวกū=
3;บการจำกัดส=
636;ทธิและเสรี&=
#3616;าพของบุคคล=
;ซึ่งมาตรา
๒๙
ประกอบกับมū=
4;ตรา
๓๑ มาตรา ๓๔
มาตรา ๓๕
มาตรา ๓๖
มาตรา ๓๙
มาตรา ๔๘ และ=
617;าตรา
๕๐
ของรัฐธรรมŨ=
9;ูญแห่งราชอ=
634;ณาจักรไทย
บัญญัติให้Ŧ=
5;ระทำได้โดย=
629;าศัยอำนาจต&=
#3634;มบทบัญญัติ=
;แห่งกฎหมาย
=
จึงทรงพระกũ=
9;ุณาโปรดเกล=
657;าฯ
ให้ตราพระรū=
4;ชบัญญัติขึ=
657;นไว้โดยคำแ&=
#3609;ะนำและยินย=
;อมของรัฐสภ$=
34;ดังต่อไปนี=
3657;
&nb=
sp; =
มาตรา ๑ =
พระราชบัญ=
3597;ัตินี้เรีย=
กว่า
“พระราชบ=
633;ญญัติคุ้มค&=
#3619;องเด็ก
พ.ศ ๒๕๔๖&=
#8221;
&nb=
sp; =
มาตรา ๒ =
พระราชบัญ=
3597;ัตินี้ให้ใ=
ช้บังคับเมū=
9;่อพ้นกำหนด=
627;นึ่งร้อยแป&=
#3604;สิบวันนับแ=
;ต่วันประกา$=
24;ในราชกิจจา=
3609;ุเบกษาเป็น=
ต้นไป
&nb=
sp; &nb=
sp; มาตรา ๓&nbs=
p;
ให้ยกเลิ=
585;
&n=
bsp; (๑) ประกาศของ=
3588;ณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๑๓๒
ลงวันที่ ๒๒
เมษายน พ.&=
#3624;.
๒๕๑๕
&n=
bsp; (๒) ประกาศของค=
;ณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๒๙๔
ลงวันที่ ๒๗
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕
&nb=
sp; &nb=
sp; มาตรา ๔ =
ในพระราชบ=
3633;ญญัตินี้=
“
“
“
“
“
“
“
“
“
R=
20;ผู้ปกครอง=
span>”
หมายความ=
623;่า
บิดามารดา
ผู้อนุบาล
ผู้รับบุตรũ=
0;ุญธรรม
และผู้ปกครŪ=
9;งตามประมวล=
585;ฎหมายแพ่งแ&=
#3621;ะพาณิชย์
และให้หมายŦ=
8;วามรวมถึงพ=
656;อเลี้ยงแม่&=
#3648;ลี้ยง
ผู้ปกครองสŪ=
3;ัสดิภาพ
นายจ้าง
ตลอดจนบุคคŪ=
1;อื่นซึ่งรั=
610;เด็กไว้ในค&=
#3623;ามอุปการะเ=
;ลี้ยงดูหรื$=
29;ซึ่งเด็กอา=
3624;ัยอยู่ด้วย=
“
“
“
“
“
“
“
“
“
“
“
“
“
“
“
“
มาตรา
๕ ให้ศาลที่=
3617;ีอำนาจพิจา=
รณาพิพากษาŦ=
8;ดีเยาวชนแล=
632;ครอบครัวตา&=
#3617;กฎหมายว่าด=
;้วยการจัดต$=
33;้งศาลเยาวช=
3609;และครอบครั=
วและวิธีพิŧ=
2;ารณาคดีเยา=
623;ชนและครอบค&=
#3619;ัว
มีอำนาจพิจū=
4;รณาพิพากษา=
588;ดีตามพระรา&=
#3594;บัญญัตินี้
เว้นแต่ในจū=
3;งหวัดใดยัง=
617;ิได้เปิดทำ&=
#3585;ารศาลเยาวช=
;นและครอบคร$=
33;วหรือแผนกค=
3604;ีเยาวชนและ=
ครอบครัวขึŭ=
7;นในศาลจังห=
623;ัด
ให้ศาลจังหŪ=
3;ัดมีอำนาจพ=
636;จารณาพิพาก&=
#3625;าคดีตามพระ=
;ราชบัญญัติ$=
09;ี้
มาตรา
๖ ให้รัฐมนต=
3619;ีว่าการกระ=
ทรวงการพัฒŨ=
9;าสังคมและค=
623;ามมั่นคงขอ&=
#3591;มนุษย์รัฐม=
;นตรีว่าการ#=
85;ระทรวงมหาด=
3652;ทย
รัฐมนตรีว่ū=
4;การกระทรวง=
624;ึกษาธิการ
และรัฐมนตรū=
7;ว่าการกระท=
619;วงยุติธรรม
รักษาการตาũ=
7;พระราชบัญญ=
633;ตินี้
และให้รัฐมŨ=
9;ตรีแต่ละกร=
632;ทรวงมีอำนา&=
#3592;แต่งตั้งพน=
;ักงานเจ้าห$=
09;้าที่กับออ=
3585;กฎกระทรวงห=
รือระเบียบŬ=
8;พื่อปฏิบัต=
636;การตามพระร&=
#3634;ชบัญญัตินี=
;้
ทั้งนี้
ในส่วนที่เŦ=
5;ี่ยวกับราช=
585;ารของกระทร&=
#3623;งนั้น
กฎ=
585;ระทรวงหรือ&=
#3619;ะเบียบนั้น
เมื่อได้ปรū=
2;กาศในราชกิ=
592;จานุเบกษาแ&=
#3621;้วให้ใช้บั=
;งคับได้
หมวŨ=
4;
๑
คณะŦ=
5;รรมการคุ้ม=
588;รองเด็ก
=
&nb=
sp;
มาตรา
๗
ให้มีคณะกรũ=
9;มการคุ้มคร=
629;งเด็กแห่งช&=
#3634;ติ
ประกอบด้วย
รัฐมนตรีว่ū=
4;การกระทรวง=
585;ารพัฒนาสัง&=
#3588;มและความมั=
;่นคงของมนุ$=
25;ย์
เป็นประธานŦ=
5;รรมการ
ปลัดกระทรวŧ=
1;การพัฒนาสั=
591;คมและความม&=
#3633;่นคงของมนุ=
;ษย์
เป็นรองประŨ=
8;านกรรมการ
ปลัดกระทรวŧ=
1;มหาดไทย
ปลัดกระทรวŧ=
1;ยุติธรรม
ปลัดกระทรวŧ=
1;ศึกษาธิการ
อัยการสูงสŬ=
0;ด
ผู้บัญชากาũ=
9;ตำรวจแห่งช=
634;ติ
อธิบดีกรมกū=
4;รปกครอง
อธิบดีกรมพū=
3;ฒนาสังคมแล=
632;สวัสดิการ
อธิบดีกรมสŬ=
0;ขภาพจิต
อธิบดีผู้พū=
6;พากษาศาลเย=
634;วชนและครอบ&=
#3588;รัวกลาง
ผู้อำนวยกาũ=
9;สำนักงานส่=
591;เสริมสวัสด&=
#3636;ภาพและพิทั=
;กษ์เด็ก
เยาวชน
ผู้ด้อยโอกū=
4;ส
คนพิการ
และผู้สูงอū=
4;ยุ
เป็นกรรมกาũ=
9;
และกรรมการũ=
2;ู้ทรงคุณวุ=
602;ิซึ่งรัฐมน&=
#3605;รีว่าการกร=
;ะทรวงพัฒนา$=
26;ังคมและควา=
3617;มั่นคงของม=
นุษย์แต่งตū=
3;้งจากผู้เช=
637;่ยวชาญซึ่ง&=
#3617;ีประสบการณ=
;์ในการงานท$=
37;่ทำในวิชาช=
3637;พสังคมสงเค=
ราะห์
ครู จิตวิทย$=
34;
กฎหมาย แพทย$=
60;
ไม่น้อยกว่ū=
4;เจ็ดปีวิชา=
594;ีพละสองคน
โดยจะต้องมū=
7;ผู้แทนจากภ=
634;คเอกชนอย่า&=
#3591;น้อยวิชาชี=
;พละหนึ่งคน
และแต่งตั้ŧ=
1;จากผู้มีปร=
632;สบการณ์ซึ่&=
#3591;มีผลงานเป็=
;นที่ประจัก$=
25;์ในด้านสวั=
3626;ดิการเด็กม=
าไม่น้อยกวŭ=
6;าเจ็ดปีอีก=
626;องคน
โดยมีรองปลū=
3;ดกระทรวงกา=
619;พัฒนาสังคม&=
#3649;ละความมั่น=
;คงของมนุษย$=
60;ซึ่งปลัดกร=
3632;ทรวงมอบหมา=
ยเป็นกรรมกū=
4;รและเลขานุ=
585;าร
=
กรรมการผู้Ũ=
7;รงคุณวุฒิต=
634;มวรรคหนึ่ง&=
#3605;้องเป็นสตร=
;ีไม่น้อยกว$=
56;าหนึ่งในสา=
3617;
=
คณะกรรมการŧ=
2;ะแต่งตั้งข=
657;าราชการในก&=
#3619;ะทรวงการพั=
;ฒนาสังคมแล$=
32;ความมั่นคง=
3586;องมนุษย์ไม=
่เกินสองคนŬ=
8;ป็นผู้ช่วย=
648;ลขานุการก็&=
#3652;ด้
มาตรา
๘ ให้สำนักง=
3634;นปลัดกระทร=
วงการพัฒนาŪ=
6;ังคมและควา=
617;มั่นคงของม&=
#3609;ุษย์ทำหน้า=
;ที่เป็นสำน$=
33;กงานเลขานุ=
3585;ารของคณะกร=
รมการ
โดยให้มีอำŨ=
9;าจหน้าที่ด=
633;งต่อไปนี้<=
/span>
(๑)
ปฏิบัติง=
634;นธุรการทั่&=
#3623;ไปของคณะกร=
;รมการ
(๒)
ประสานงา=
609;และร่วมมือ&=
#3585;ับส่วนราชก=
;าร
หน่วยงานขอŧ=
1;รัฐ
และเอกชนทีŭ=
6;เกี่ยวข้อง=
651;นการดำเนิน&=
#3591;านเกี่ยวกั=
;บการสงเครา$=
32;ห์
คุ้มครองสวū=
3;สดิภาพ
และส่งเสริũ=
7;ความประพฤต=
636;เด็ก
(๓)
พัฒนาระบ=
610;
รูปแบบ
และวิธีการ $=
05;ลอดจนให้บร=
3636;การด้านสงเ=
คราะห์
คุ้มครอง =
สวัสดิภาพแŪ=
1;ะส่งเสริมค=
623;ามประพฤติเ&=
#3604;็ก
(๔)
รวบรวมผล=
585;ารวิเคราะห&=
#3660;
วิจัย
ดำเนินการตū=
6;ดตามและประ=
648;มินผลการปฏ&=
#3636;บัติตามนโย=
;บายรวมทั้ง$=
49;ผนงานในการ=
3626;งเคราะห์
คุ้มครองสวū=
3;สดิภาพ
และส่งเสริũ=
7;ความประพฤต=
636;เด็กของหน่&=
#3623;ยงานของรัฐ=
;และเอกชนที$=
56;เกี่ยวข้อง
แล้วรายงานŭ=
1;ห้คณะกรรมก=
634;รทราบ
(๕)
ปฏิบัติต=
634;มมติของคณะ&=
#3585;รรมการหรือ=
;ตามที่คณะก$=
19;รมการมอบหม=
3634;ย
มาตรา
๙ กรũ=
9;มการผู้ทรง=
588;ุณวุฒิมีวา&=
#3619;ะอยู่ในตำแ=
;หน่งคราวละ$=
26;ามปี
=
กรรมการผู้Ũ=
7;รงคุณวุฒิซ=
638;่งพ้นจากตำ&=
#3649;หน่งเพราะค=
;รบวาระอาจไ$=
04;้รับการแต่=
3591;ตั้งอีกได้=
แต่ต้องไม่Ŭ=
8;กินสองวาระ=
605;ิดต่อกัน
มาตรา
๑๐ =
; นอกจากการ=
3614;้นจากตำแหน=
่งตามวาระตū=
4;มมาตรา
๙
กรรมการผู้Ũ=
7;รงคุณวุฒิพ=
657;นจากตำแหน่&=
#3591;
เมื่อ
(๑)
ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
รัฐมนตรี=
651;ห้ออกเพราะ&=
#3610;กพร่องหรือ=
;ไม่สุจริตต$=
56;อหน้าที่
มีความประพŪ=
0;ติเสื่อมเส=
637;ยหรือหย่อน&=
#3588;วามสามารถ
(๔)
ได้รับโท=
625;จำคุกโดยคำ&=
#3614;ิพากษาถึงท=
;ี่สุดให้จำ#=
88;ุก
(๕)
เป็นบุคค=
621;ล้มละลาย<=
span
style=3D'font-size:14.0pt;color:#015391'>
(๖)
เป็นคนไร=
657;ความสามารถ&=
#3627;รือคนเสมือ=
;นไร้ความสา$=
17;ารถ
(๗)
ขาดการปร=
632;ชุมติดต่อก&=
#3633;นสามครั้งโ=
;ดยไม่มีเหต$=
40;อันสมควร
มาตรา
๑๑ =
; ในกรณีที่=
3585;รรมการผู้ท=
รงคุณวุฒิพŭ=
7;นจากตำแหน่=
591;ก่อนครบวาร&=
#3632;
ให้รัฐมนตรū=
7;แต่งตั้งบุ=
588;คลซึ่งมีคุ&=
#3603;สมบัติเช่น=
;เดียวกันตา$=
17;มาตรา
๗
เป็นกรรมกาũ=
9;แทน
และให้ผู้ทū=
7;่ได้รับแต่=
591;ตั้งให้ดำร&=
#3591;ตำแหน่งแทน=
;อยู่ในตำแห$=
09;่งเท่ากับว=
3634;ระที่เหลือ=
อยู่ของกรรũ=
7;การซึ่งตนแ=
607;น
มาตรา
๑๒ =
; ในกรณีที่=
3585;รรมการผู้ท=
รงคุณวุฒิดū=
5;รงตำแหน่งค=
619;บวาระแล้ว
แต่ยังมิไดŭ=
7;มีการแต่งต=
633;้งกรรมการผ&=
#3641;้ทรงคุณวุฒ=
;ิใหม่
ให้กรรมการũ=
2;ู้ทรงคุณวุ=
602;ิที่พ้นจาก&=
#3605;ำแหน่งตามว=
;าระปฏิบัติ$=
27;น้าที่ไปพล=
3634;งก่อน
มาตรา
๑๓ =
; การประชุม=
3588;ณะกรรมการต=
้องมีกรรมกū=
4;รมาประชุมไ=
617;่น้อยกว่าก&=
#3638;่งหนึ่งของ=
;จำนวนกรรมก$=
34;รทั้งหมดจึ=
3591;เป็นองค์ปร=
ะชุม
=
ให้ประธานกũ=
9;รมการเป็นป=
619;ะธานในที่ป&=
#3619;ะชุม
ในกรณีที่ปũ=
9;ะธานกรรมกา=
619;ไม่มาประชุ&=
#3617;
หรือไม่อาจũ=
1;ฏิบัติหน้า=
607;ี่ได้ให้รอ&=
#3591;ประธานกรรม=
;การเป็นประ$=
08;านในที่ประ=
3594;ุม
หากรองประธū=
4;นไม่มาประช=
640;มหรือไม่อา&=
#3592;ปฏิบัติหน้=
;าที่ได้ให้#=
85;รรมการซึ่ง=
3617;าประชุมเลื=
อกกรรมการคŨ=
9;หนึ่งเป็นป=
619;ะธานในที่ป&=
#3619;ะชุม
=
การวินิจฉัũ=
8;ชี้ขาดของท=
637;่ประชุมให้&=
#3606;ือเสียงข้า=
;งมาก
กรรมการคนหŨ=
9;ึ่งให้มีเส=
637;ยงหนึ่งในก&=
#3634;รลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสū=
7;ยงเท่ากันใ=
627;้ประธานในท&=
#3637;่ประชุมออก=
;เสียงเพิ่ม#=
86;ึ้นอีกเสีย=
3591;หนึ่งเป็นเ=
สียงชี้ขาด
มาตรา
๑๔ =
; คณะกรรมกา=
3619;มีอำนาจและ=
หน้าที่
ดังต่อไปนีŭ=
7;
(๑)
เสนอความ=
648;ห็นต่อรัฐม&=
#3609;ตรีเกี่ยวก=
;ับนโยบาย
แผนงาน
งบประมาณแลū=
2;มาตรการในก=
634;รสงเคราะห์
คุ้มครองสวū=
3;สดิภาพ
และส่งเสริũ=
7;ความประพฤต=
636;เด็กตามพระ&=
#3619;าชบัญญัติน=
;ี้
(๒)
เสนอความ=
648;ห็นต่อรัฐม&=
#3609;ตรีในการออ=
;กกฎกระทรวง$=
49;ละระเบียบเ=
3614;ื่อปฏิบัติ=
ตามพระราชบū=
3;ญญัตินี้
(๓)
วางระเบี=
618;บโดยความเห&=
#3655;นชอบของกระ=
;ทรวงการคลั#=
91;เกี่ยวกับก=
3634;รรับเงิน
การจ่ายเงิŨ=
9;
การเก็บรักŪ=
5;าเงิน
และการจัดหū=
4;ผลประโยชน์=
586;องกองทุน<=
span
style=3D'font-size:14.0pt;color:#015391'>
(๔)
วางระเบี=
618;บเกี่ยวกับ&=
#3623;ิธีการดำเน=
;ินการคุ้มค$=
19;องสวัสดิภา=
3614;เด็กตามมาต=
รา
๔๗=
(๕)
วางหลักเ=
585;ณฑ์ในการแต&=
#3656;งตั้งพนักง=
;านเจ้าหน้า$=
07;ี่
(๖)
ให้คำปรึ=
585;ษา
แนะนำ
และประสานงū=
4;นแก่หน่วยง=
634;นของรัฐและ&=
#3648;อกชนที่ปฏิ=
;บัติงานด้า$=
09;การศึกษา
การสงเคราะŪ=
7;์
คุ้มครองสวū=
3;สดิภาพ
และส่งเสริũ=
7;ความประพฤต=
636;เด็ก
รวมทั้งมีอū=
5;นาจเข้าไปต=
619;วจสอบในสถา&=
#3609;รับเลี้ยงเ=
;ด็ก
สถานแรกรับ
สถานสงเคราū=
2;ห์
สถานคุ้มครŪ=
9;งสวัสดิภาพ
สถานพัฒนาแŪ=
1;ะฟื้นฟู
สถานพินิจ
หรือสถานทีŭ=
6;ที่เกี่ยวข=
657;องกับการสง&=
#3648;คราะห์
คุ้มครองสวū=
3;สดิภาพ
และส่งเสริũ=
7;ความประพฤต=
636;เด็กทั้งขอ&=
#3591;รัฐและเอกช=
;น
(๗)
ติดตาม
ประเมินผลแŪ=
1;ะตรวจสอบกา=
619;ดำเนินงานข&=
#3629;งคณะกรรมกา=
;รคุ้มครองเ$=
04;็กกรุงเทพม=
3627;านครและคณะ=
กรรมการคุ้ũ=
7;ครองเด็กจั=
591;หวัด
รวมทั้งให้Ŧ=
8;ำแนะนำและเ=
626;นอแนะในการ&=
#3611;้องกันและแ=
;ก้ไขปัญหาก$=
34;รสงเคราะห์
คุ้มครองสวū=
3;สดิภาพ
และส่งเสริũ=
7;ความประพฤต=
636;เด็กในกรุง&=
#3648;ทพมหานครแล=
;ะระดับจังห$=
23;ัด
(๘)
ดำเนินกา=
619;อื่นใดที่เ&=
#3585;ี่ยวกับการ=
;สงเคราะห์
คุ้มครองสวū=
3;สดิภาพ
และส่งเสริũ=
7;ความประพฤต=
636;เด็ก
มาตรา
๑๕ =
; คณะกรรมกา=
3619;มีอำนาจแต่=
งตั้งคณะอนŬ=
0;กรรมการหรื=
629;คณะทำงานเพ&=
#3639;่อปฏิบัติก=
;ารตามที่คณ$=
32;กรรมการมอบ=
3627;มาย
=
ให้นำบทบัญŧ=
7;ัติมาตรา
๑๓
มาใช้บังคัũ=
0;กับการประช=
640;มของคณะอนุ&=
#3585;รรมการหรือ=
;คณะทำงาน
โดยอนุโลม
มาตรา
๑๖ =
; ให้มีคณะก=
3619;รมการคุ้มค=
รองเด็กกรุŧ=
1;เทพมหานคร
ประกอบด้วย
ผู้ว่าราชกū=
4;รกรุงเทพมห=
634;นคร
เป็นประธานŦ=
5;รรมการ
ปลัดกรุงเทũ=
4;มหานคร
เป็นรองประŨ=
8;านกรรมการ
ผู้แทนสำนัŦ=
5;งานปลัดกระ=
607;รวงศึกษาธิ&=
#3585;าร
ผู้แทนสำนัŦ=
5;งานอัยการส=
641;งสุด
ผู้แทนกองบū=
3;ญชาการตำรว=
592;นครบาล
ผู้แทนกรมพū=
3;ฒนาสังคมแล=
632;สวัสดิการ
ผู้แทนศาลเũ=
8;าวชนและครอ=
610;ครัวกลาง
ผู้แทนสถานũ=
4;ินิจและคุ้=
617;ครองเด็กแล&=
#3632;เยาวชนกรุง=
;เทพมหานคร
ผู้แทนสำนัŦ=
5;งานส่งเสริ=
617;สวัสดิภาพแ&=
#3621;ะพิทักษ์เด=
;็ก
เยาวชน ผู้ด$=
57;อยโอกาส
คนพิการ
และผู้สูงอū=
4;ยุ
ผู้อำนวยกาũ=
9;สำนักพัฒนา=
594;ุมชน
ผู้อำนวยกาũ=
9;สำนักการศึ=
585;ษา
ผู้อำนวยกาũ=
9;สำนักอนามั=
618;
และผู้อำนวũ=
8;การสำนักกา=
619;แพทย์
เป็นกรรมกาũ=
9;
และกรรมการũ=
2;ู้ทรงคุณวุ=
602;ิซึ่งผู้ว่&=
#3634;ราชการกรุง=
;เทพมหานครแ$=
05;่งตั้งจากผ=
3641;้เชี่ยวชาญ=
ซึ่งมีประสũ=
0;การณ์ในการ=
591;านที่ทำในว&=
#3636;ชาชีพสังคม=
;สงเคราะห์
ครู จิตวิทย$=
34;
กฎหมาย แพทย$=
60;
วิชาชีพละสŪ=
9;งคนโดยจะต้=
629;งมีผู้แทนจ&=
#3634;กภาคเอกชนอ=
;ย่างน้อยวิ#=
94;าชีพละหนึ่=
3591;คน
และแต่งตั้ŧ=
1;จากผู้มีปร=
632;สบการณ์ด้า&=
#3609;สวัสดิการเ=
;ด็กอีกสองค$=
09;
โดยมีผู้อำŨ=
9;วยการสำนัก=
626;วัสดิการสั&=
#3591;คม
เป็นกรรมกาũ=
9;และเลขานุก=
634;ร
=
กรรมการผู้Ũ=
7;รงคุณวุฒิต=
634;มวรรคหนึ่ง&=
#3605;้องเป็นสตร=
;ีไม่น้อยกว$=
56;าหนึ่งในสา=
3617;
=
คณะกรรมการŦ=
8;ุ้มครองเด็=
585;กรุงเทพมหา&=
#3609;ครจะแต่งตั=
;้งข้าราชกา$=
19;ในสำนักสวั=
3626;ดิการสังคม=
ไม่เกินสองŦ=
8;นเป็นผู้ช่=
623;ยเลขานุการ&=
#3585;็ได้
มาตรา
๑๗ =
; ให้มีคณะก=
3619;รมการคุ้มค=
รองเด็กจังŪ=
7;วัด
ประกอบด้วย
ผู้ว่าราชกū=
4;รจังหวัด
เป็นประธานŦ=
5;รรมการ
รองผู้ว่ารū=
4;ชการจังหวั=
604;ซึ่งได้รับ&=
#3617;อบหมายจากผ=
;ู้ว่าราชกา$=
19;จังหวัด
เป็นรองประŨ=
8;านกรรมการ
อัยการจังหŪ=
3;ัด
พัฒนาการจัŧ=
1;หวัด
แรงงานจังหŪ=
3;ัด
ผู้อำนวยกาũ=
9;เขตพื้นที่=
585;ารศึกษา
นายแพทย์สาŨ=
8;ารณสุขจังห=
623;ัด
ผู้บังคับกū=
4;รตำรวจภูธร=
592;ังหวัด
ผู้แทนศาลเũ=
8;าวชนและครอ=
610;ครัวจังหวั&=
#3604;
หรือผู้แทนŪ=
4;าลจังหวัด
ในกรณีที่จū=
3;งหวัดนั้นไ=
617;่มีศาลเยาว&=
#3594;นและครอบคร=
;ัว
ผู้แทนสถานũ=
4;ินิจและคุ้=
617;ครองเด็กแล&=
#3632;เยาวชนจังห=
;วัด
หรือผู้แทนŦ=
5;ระทรวงยุติ=
608;รรมซึ่งแต่&=
#3591;ตั้งจากข้า=
;ราชการในจั#=
91;หวัดในกรณี=
3607;ี่จังหวัดน=
ั้นไม่มีสถū=
4;นพินิจ
นายกองค์กาũ=
9;บริหารส่วน=
592;ังหวัด
เป็นกรรมกาũ=
9;
และกรรมการũ=
2;ู้ทรงคุณวุ=
602;ิซึ่งผู้ว่&=
#3634;ราชการจังห=
;วัดแต่งตั้#=
91;จากผู้เชี่=
3618;วชาญซึ่งมี=
ประสบการณ์ŭ=
1;นการงานที่=
607;ำในวิชาชีพ&=
#3626;ังคมสงเครา=
;ะห์
ครู จิตวิทย$=
34;
กฎหมาย แพทย$=
60;
วิชาชีพละสŪ=
9;งคน
โดยจะต้องมū=
7;ผู้แทนจากภ=
634;คเอกชนอย่า&=
#3591;น้อยวิชาชี=
;พละหนึ่งคน$=
49;ละแต่งตั้ง=
3592;ากผู้มีประ=
สบการณ์ด้าŨ=
9;สวัสดิการเ=
604;็กอีกสองคน
โดยมีพัฒนาŪ=
6;ังคมและสวั=
626;ดิการจังหว&=
#3633;ดเป็นกรรมก=
;ารและเลขาน$=
40;การ
=
กรรมการผู้Ũ=
7;รงคุณวุฒิต=
634;มวรรคหนึ่ง&=
#3605;้องเป็นสตร=
;ีไม่น้อยกว$=
56;าหนึ่งในสา=
3617;
=
คณะกรรมการŦ=
8;ุ้มครองเด็=
585;จังหวัดจะแ&=
#3605;่งตั้งข้าร=
;าชการในจัง$=
27;วัดนั้นไม่=
3648;กินสองคนเป=
็นผู้ช่วยเŪ=
1;ขานุการก็ไ=
604;้
มาตรา
๑๘ =
; ให้นำบทบั=
3597;ญัติมาตรา
๙ มาตรา ๑๐
มาตรา ๑๑ และ=
617;าตรา
๑๒
มาใช้บังคัũ=
0;กับการดำรง=
605;ำแหน่ง
การพ้นจากตū=
5;แหน่ง
การแต่งตั้ŧ=
1;กรรมการแทน
และการปฏิบū=
3;ติหน้าที่ข=
629;งกรรมการผู&=
#3657;ทรงคุณวุฒิ=
;ตามมาตรา
๑๖ และมาตรา
๑๗ โดยอนุโล$=
17;
เว้นแต่อำนū=
4;จของรัฐมนต=
619;ีตามมาตรา
๑๐ (๓) $=
49;ละมาตรา
๑๑
ให้เป็นอำนū=
4;จของผู้ว่า=
619;าชการกรุงเ&=
#3607;พมหานครหรื=
;อผู้ว่าราช#=
85;ารจังหวัดแ=
3621;้วแต่กรณี=
มาตรา
๑๙ =
; ให้นำบทบั=
3597;ญัติมาตรา
๑๓ และมาตรา
๑๕ มาใช้บัง#=
88;ับกับการปร=
3632;ชุมและการแ=
ต่งตั้งคณะŪ=
9;นุกรรมการห=
619;ือคณะทำงาน&=
#3586;องคณะกรรมก=
;ารคุ้มครอง$=
48;ด็กกรุงเทพ=
3617;หานครและคณ=
ะกรรมการคุŭ=
7;มครองเด็กจ=
633;งหวัด
โดยอนุโลม
มาตรา
๒๐ =
; คณะกรรมกา=
3619;คุ้มครองเด=
็กกรุงเทพมŪ=
7;านครและคณะ=
585;รรมการคุ้ม&=
#3588;รองเด็กจัง=
;หวัดมีอำนา#=
92;และหน้าที่
ดังต่อไปนีŭ=
7;
(๑)
เสนอความ=
648;ห็นต่อคณะก&=
#3619;รมการเกี่ย=
;วกับนโยบาย
แผนงาน
งบประมาณ แล$=
32;  =
;
มาตรการในกū=
4;รสงเคราะห์
คุ้มครองสวū=
3;สดิภาพ
และส่งเสริũ=
7;ความประพฤต=
636;เด็กตามพระ&=
#3619;าชบัญญัติน=
;ี้
(๒) ให้คำปรึ= 585;ษา แนะนำ และประสานงū= 4;นแก่หน่วยง= 634;นของรัฐและ&= #3648;อกชนที่ปฏิ= ;บัติงานด้า$= 09;การศึกษา การสงเคราะŪ= 7;์ คุ้มครองสวū= 3;สดิภาพ และส่งเสริũ= 7;ความประพฤต= 636;เด็ก รวมทั้งมีอū= 5;นาจเข้าไปต= 619;วจสอบในสถา&= #3609;รับเลี้ยงเ= ;ด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราū= 2;ห์ สถานคุ้มครŪ= 9;งสวัสดิภาพ สถานพัฒนาแŪ= 1;ะฟื้นฟู สถานพินิจ หรือสถานทีŭ= 6;ที่เกี่ยวข=